ค่า Kโยธาไทย

สัญญาของเราขอค่า K ได้ไหม

ไล่ทีละข้อก่อนลงมือทำอย่างอื่น ถ้าตกข้อใดข้อหนึ่ง แปลว่าไม่มีสิทธิ จะได้ไม่เสียเวลาคำนวณ


ข้อนี้ต้องตอบก่อนทุกข้อ — ดูที่ประกาศประกวดราคา ไม่ใช่ดูแค่ที่สัญญา

มติคณะรัฐมนตรี 22 ส.ค. 2532 (หนังสือ นร 0203/ว 109) กำหนดว่าผู้ว่าจ้าง ต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้า เช่น ในประกาศประกวดราคา และต้องระบุไว้ในสัญญาจ้างด้วย ว่าจะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมกำหนดประเภทงานก่อสร้าง สูตร และวิธีการคำนวณให้ชัดเจน

แปลว่าต้องมีครบทั้งสองที่ ถ้า ประกาศประกวดราคาไม่ได้ระบุไว้ ถือว่าไม่อยู่ในข่ายเลย แม้ตัวสัญญาจะเขียนไว้ก็ตาม (คู่มือการตรวจสอบเงินชดเชยค่างานก่อสร้างของสำนักงบประมาณ บทที่ 4 ข้อ 2.4) และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาในภายหลัง ดังนั้นก่อนจะไปเปิดตารางดัชนีหรือหยิบเครื่องคิดเลข ให้เปิดแฟ้มประกาศประกวดราคาก่อนเสมอ

เช็คลิสต์ 5 ข้อ

ตอบทีละข้อตามลำดับ ถ้าข้อไหนตอบ “ไม่ใช่” ให้อ่านช่องสีแดงของข้อนั้นก่อน บางข้อตกแล้วจบเลย บางข้อแค่ต้องเปลี่ยนวิธีทำ

  1. 1

    ประกาศประกวดราคา (หรือหนังสือเชิญชวน / ใบเสนอราคากรณีจัดจ้างวิธีอื่น) ระบุไว้ว่าจะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ หรือไม่

    ดูที่ไหน: เปิดแฟ้มประกาศประกวดราคาและเอกสารประกวดราคาจ้าง ดูว่ามีข้อความว่าจะทำสัญญาแบบปรับราคาได้หรือไม่ ถ้าประกาศกำหนดให้ “แบบสัญญาจ้าง” เป็นเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา และในแบบสัญญานั้นระบุไว้ ก็ถือว่าประกาศแสดงเจตนารมณ์แล้ว

    ตอบ “ใช่”

    ผ่านข้อที่หินที่สุดไปแล้ว ไปข้อ 2

    ตอบ “ไม่ใช่”

    จบตรงนี้ — ไม่อยู่ในข่ายได้ค่า K แม้ตัวสัญญาจะเขียนไว้ก็ตาม และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาในภายหลัง

  2. 2

    สัญญาจ้างกำหนดไว้ว่าเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมระบุเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงาน สูตร และวิธีคำนวณ หรือไม่

    ดูที่ไหน: ดูในตัวสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายสัญญา หรือข้อความที่อ้างถึงประกาศประกวดราคาซึ่งแนบเป็นเอกสารท้ายสัญญา หรือใบเสนอราคาที่อ้างเงื่อนไขของประกาศ — อยู่ที่ใดที่หนึ่งก็ใช้ได้

    ตอบ “ใช่”

    ไปข้อ 3

    ตอบ “ไม่ใช่”

    ยังไม่จบ แต่ก็ไม่ได้อัตโนมัติ — กรณีประกาศระบุแต่สัญญาไม่ระบุ อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างว่าจะแก้ไขสัญญาหรือไม่ โดยต้องพิจารณาว่าทำให้ราชการเสียประโยชน์หรือไม่ (มีกรณีที่ตอบว่าแก้ไม่ได้ เพราะแก้แล้วต้องจ่ายเงินเพิ่ม)

  3. 3

    งานที่ทำอยู่มีสูตรค่า K กำหนดไว้ และสัญญาระบุสูตรของงานประเภทนั้นไว้ครบ หรือไม่

    ดูที่ไหน: มติ ครม. ว 109 เอกสารผนวก ข กำหนดสูตรไว้ 34 สูตร ครอบคลุม 35 ประเภทงาน ใน 5 หมวด (อาคาร · ดิน · ทาง · ชลประทาน · ระบบสาธารณูปโภค) เทียบลักษณะงานจริงกับคำนิยามของแต่ละสูตร

    ตอบ “ใช่”

    ไปข้อ 4

    ตอบ “ไม่ใช่”

    เบิกได้เฉพาะประเภทงานที่ระบุสูตรไว้ในสัญญาเท่านั้น งานประเภทที่สัญญาไม่ได้ระบุสูตร คำนวณค่า K ไม่ได้ · ส่วนงานที่ไม่มีสูตรกำหนดไว้เลย หรืองานปรับปรุงซ่อมแซมที่สัดส่วนวัสดุไม่สอดคล้องกับสูตรใด ไม่ต้องนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้

  4. 4

    ถ้าส่งมอบงานงวดสุดท้ายไปแล้ว ยังอยู่ในกำหนด 90 วันหรือไม่

    ดูที่ไหน: นับจากวันถัดจากวันที่ผู้รับจ้างมีหนังสือส่งมอบงานงวดสุดท้าย จนถึงวันที่หน่วยงานลงทะเบียนและประทับตรารับหนังสือขอเงินชดเชย — ถ้ายังไม่ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย ยังไม่มีการจำกัดเวลา

    ตอบ “ใช่”

    ไปข้อ 5 และรีบยื่น อย่ารอให้ชนกำหนด เพราะนับถึงวันที่หน่วยงานประทับตรารับ ไม่ใช่วันที่ลงในหนังสือ

    ตอบ “ไม่ใช่”

    หมดสิทธิเรียกร้อง แม้คำนวณถูกทุกบาท · ข้อสำคัญ: การยื่น “หนังสือขอสงวนสิทธิ” ภายใน 90 วัน แล้วค่อยมายื่นขอจริงทีหลัง ไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิ

  5. 5

    ค่างานของงวดที่จะขอ เป็นค่างานที่อยู่ในข่ายนำมาคำนวณค่า K หรือไม่

    ดูที่ไหน: ต้องหักรายการที่ไม่อยู่ในข่ายออกก่อน เช่น ครุภัณฑ์ที่นำมาประกอบหรือติดตั้ง วัสดุที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้ ค่าอาคารที่ทำการชั่วคราว โรงเก็บพัสดุ บ้านพักคนงาน ค่าวางผังก่อสร้าง ค่าเจาะสำรวจดิน ค่าเคลื่อนย้ายเครื่องจักร (กลุ่มหลังนี้รวมอยู่ใน Factor F แล้ว จึงต้องหักออกจากค่างานงวดแรกก่อน)

    ตอบ “ใช่”

    มีสิทธิครบทุกข้อแล้ว ไปเลือกสูตรและไล่วิธีคำนวณต่อได้

    ตอบ “ไม่ใช่”

    ยังขอได้ แต่ต้องหักส่วนที่ไม่อยู่ในข่ายออกจากค่างานของงวดนั้นก่อนคูณ ไม่ใช่ตัดสิทธิทั้งงวด

ตอบ “ใช่” ครบ 5 ข้อแล้วทำอะไรต่อ

ไปเลือกสูตรให้ตรงกับประเภทงานที่ หน้าเลือกสูตร แล้วไล่วิธีคิดทีละขั้นที่ หน้าวิธีคำนวณ ระหว่างนั้นให้ดู กำหนดเวลา ควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะกำหนด 90 วันเดินอยู่ตลอด ไม่ว่าจะคำนวณเสร็จหรือไม่

ผู้ว่าจ้างต้องคำนวณทุกงวด แม้ผู้รับจ้างไม่ขอ

หน้าที่แยกกันเป็นสองขา — ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดทำรายการคำนวณและยื่นขอเงินเพิ่ม ส่วนหน่วยงานเป็นผู้ตรวจสอบ แต่ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่คำนวณทุกงวดที่มีการส่งมอบงานอยู่แล้วแม้ผู้รับจ้างจะไม่ขอ เพราะถ้าค่า K ต่ำกว่าเกณฑ์ หน่วยงานต้องเรียกเงินคืนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของราชการ และการตรวจสอบค่า K ไม่จำเป็นต้องผ่านคณะกรรมการตรวจการจ้าง เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานที่จะมอบหมายให้ผู้ใดคำนวณและตรวจสอบก็ได้

กรณีที่คนมักเข้าใจผิด

สรุปจากข้อหารือและหนังสือตอบของสำนักงบประมาณ เอาไว้เทียบกับเคสของตัวเองก่อนสรุปว่าหมดสิทธิ

กรณีผล
เอกสารแนบท้ายสัญญาสลับที่กันไม่ใช่สาระสำคัญ ผู้รับจ้างยังมีสิทธิได้รับค่า K (สงป. ที่ นร 0407/23457 ลว. 19 ก.ค. 2543)
สัญญาแนบเฉพาะประกาศประกวดราคาหน้าเดียว ไม่ได้แนบสูตร แต่แนบใบเสนอราคาซึ่งอ้างเงื่อนไขของประกาศถือว่าแสดงเจตนารมณ์จะทำสัญญาแบบปรับราคาได้แล้ว มีสิทธิได้รับค่า K (สงป. ที่ นร 0407/30254 ลว. 19 ก.ย. 2543)
แก้ไขสัญญาให้เป็นแบบปรับราคาได้ หลังส่งมอบงานไปแล้วบางงวด จะย้อนหลังได้ไหมคณะกรรมการกฤษฎีกา (นร 0601/0026 ลว. 8 ม.ค. 2544) เห็นว่าถ้าการแก้ไขนั้นชอบด้วยกฎหมาย ก็มีผลย้อนหลังถึงงวดที่ 1 ทั้งหมด โดยต้องยื่นเรียกร้องภายใน 90 วันนับแต่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
สัญญากำหนดสูตรไม่ครบทุกประเภทงานที่ทำจริงเบิกได้เฉพาะประเภทงานที่ระบุสูตรไว้เท่านั้น เช่น สัญญากำหนดเฉพาะสูตรงานอาคาร ส่วนงานถนน รางระบายน้ำ และขยายเขตไฟฟ้าแรงสูงในบริเวณ ก็คำนวณค่า K ไม่ได้
งานก่อสร้างที่ไม่มีสูตรกำหนดไว้ หรืองานปรับปรุงซ่อมแซมที่สัดส่วนวัสดุไม่ตรงกับสูตรใดไม่ต้องนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้ ใช้สัญญาแบบปกติได้
หน่วยงาน (เช่น อปท.) ไม่นำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้ทั้งที่ควรใช้หากก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมต้องรับผิดทางปกครอง เช่น ถูกสอบสวนทางวินัย หรือถูกฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและ/หรือใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ
ผู้รับจ้างไม่ขอ ผู้ว่าจ้างก็ไม่ต้องคำนวณใช่ไหมไม่ใช่ ผู้ว่าจ้างต้องคำนวณทุกงวดที่มีการส่งมอบงาน แม้ผู้รับจ้างจะไม่ขอ เพราะถ้าค่า K ต่ำกว่าเกณฑ์ต้องเรียกเงินคืน ส่วนการขอเงินเพิ่มเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างเอง เป็นคนละประเด็นกัน

คำถามที่ถามบ่อย

ประกาศประกวดราคาไม่ได้ระบุว่าใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ แต่ในสัญญาเขียนไว้ ขอค่า K ได้ไหม
ไม่ได้ ถือว่าไม่อยู่ในข่ายตั้งแต่ต้น ตามคู่มือการตรวจสอบเงินชดเชยค่างานก่อสร้างของสำนักงบประมาณ บทที่ 4 ข้อ 2.4 และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาในภายหลัง
สัญญากำหนดสูตรค่า K ไว้ไม่ครบทุกประเภทงาน จะใช้สูตรที่ใกล้เคียงกับงานที่เหลือได้ไหม
ไม่ได้ เบิกได้เฉพาะประเภทงานที่ระบุสูตรไว้ในสัญญาเท่านั้น งานประเภทที่สัญญาไม่ได้ระบุสูตร คำนวณค่า K ไม่ได้
ยังส่งมอบงานไม่ครบทุกงวด ต้องรอให้จบสัญญาก่อนไหมถึงจะขอค่า K ได้
ไม่ต้องรอ ส่งมอบงานงวดใดแล้วขอรับเงินชดเชยของงวดนั้นได้ทันที หรือทยอยขอตามที่เหมาะสม และถ้ายังไม่ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย ก็ยังไม่มีการจำกัดเวลา 90 วัน
ยื่นหนังสือขอสงวนสิทธิไว้ภายใน 90 วันแล้ว ค่อยมายื่นขอจริงทีหลังได้ไหม
ไม่ได้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 3) เรื่องเสร็จที่ 607/2543 วินิจฉัยว่าการขอสงวนสิทธิไม่ใช่การใช้สิทธิ ถ้ามายื่นขอจริงเมื่อพ้น 90 วันแล้ว ถือว่าหมดสิทธิเรียกร้อง

ค่า K ไม่ใช่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ

ค่า K เกิดจาก มติคณะรัฐมนตรีและหนังสือเวียน ที่หน่วยงานของรัฐต้องถือปฏิบัติ ฉบับแม่บทคือมติคณะรัฐมนตรี 22 ส.ค. 2532 แจ้งตามหนังสือ นร 0203/ว 109 ลว. 24 ส.ค. 2532 เจตนารมณ์คือลดความเสี่ยงของผู้รับจ้างเมื่อราคาวัสดุผันผวน และป้องกันการบวกราคาเผื่อไว้ล่วงหน้าสูงเกินควร จึงปรับได้ทั้งขาเพิ่มและขาลดเพื่อความเป็นธรรมกับคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย — ดูเอกสารต้นฉบับทั้งหมดได้ที่ หน้าคลังเอกสาร

แล้วต้องทำอะไรต่อ