ข้อวินิจฉัยและข้อหารือ
รวม 120 เรื่องที่มีคนถามไปแล้วและมีคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร จัดหมวดตามปัญหาที่เจอจริงหน้างาน ทุกข้อมีเลขอ้างอิงให้เอาไปแนบเรื่องได้
อ่านเลขอ้างอิงอย่างไร
เลขแบบ 2556/0307 คือรหัสข้อหารือในระบบตอบคำถามของสำนักงบประมาณ ตัวเลขหน้าเครื่องหมาย / คือปี พ.ศ. ที่ตอบ ตัวเลขหลังคือลำดับคำถามของปีนั้น ส่วนเลขแบบ นร 0407/16443 คือเลขที่หนังสือราชการของสำนักงบประมาณ และ เรื่องเสร็จที่ 607/2543 คือบันทึกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา
เวลาทำเรื่อง ให้อ้างเลขเหล่านี้ในหนังสือแล้วแนบสำเนาต้นฉบับไปด้วย จะคุยกับผู้ตรวจสอบง่ายขึ้นมาก
ข้อวินิจฉัยผูกพันเฉพาะข้อเท็จจริงที่ผู้ถามเล่ามา
ข้อหารือแต่ละข้อเป็นคำตอบ ตามข้อเท็จจริงเท่าที่ผู้ถามให้มาเท่านั้น เคสที่ชื่อรายการเหมือนกันแต่ข้อเท็จจริงต่างกัน อาจได้คำตอบคนละทาง ตัวอย่างชัดที่สุดคือ “งานรื้อถนน คสล. เดิม” — ถ้าขุดตักด้วยเครื่องจักรจะเข้าสูตร K 2.1 แต่ถ้าใช้แรงงานคนจะไม่อยู่ในข่ายเลย ทั้งที่มาจากคำวินิจฉัยฉบับเดียวกัน (2555/0041)
ใช้หน้านี้เป็น แนวทาง และเป็นตัวช่วยตั้งคำถามให้ถูก แต่ถ้าเคสของคุณมีเงินก้อนใหญ่หรือมีข้อโต้แย้งกับผู้ตรวจสอบ สำนักงบประมาณเองระบุไว้หลายครั้งว่า ให้ทำหนังสือหารือเป็นทางการ เพื่อให้ได้ข้อยุติ
งานนี้ใช้สูตรไหน29 เรื่อง
คำถามอันดับหนึ่งของหน้างาน — ชื่อรายการใน BOQ ไม่ได้ตัดสิน สิ่งที่ตัดสินคือกิจกรรมจริงที่ลงมือทำ
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| งานขุดลอกคลอง (ขุดดิน ตักดิน ด้วยเครื่องจักร) | ใช้สูตร K 2.1 งานดิน ดูสูตรนี้ | 2558/0273 |
| งานถนนหินคลุก ที่มีการบดอัดแน่นด้วยเครื่องจักรให้ได้มาตรฐาน | ใช้สูตร K 2.1 งานดิน ดูสูตรนี้ | 2558/0255 |
| งานรื้อถนน คสล. เดิมเพื่อทำถนนใหม่ โดยขุดตักด้วยเครื่องจักร | ใช้สูตร K 2.1 งานดิน ดูสูตรนี้ | 2555/0041 |
| งานรื้อถนน คสล. เดิม โดยใช้แรงงานคน | ไม่อยู่ในข่ายคำนวณค่า K — งานเดียวกันแต่เปลี่ยนวิธีทำ ผลต่างกันคนละทาง | 2555/0041 |
| งานขุดไสผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร | ใช้สูตร K 3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE ไม่ใช่ K 2.1 ดูสูตรนี้ | 2551/0520 |
| งาน Pavement In-Place Recycling | ใช้สูตร K 2.1 งานดิน ดูสูตรนี้ | 2550/0718 |
| งานปรับระดับผิวทางที่ทรุดตัวด้วยหินคลุก โดยเกลี่ยให้เรียบ ไม่มีการบดทับ | ไม่อยู่ในข่าย — ไม่เข้าลักษณะสูตรใดตามมติ ครม. ว 109 | 2551/0251 |
| ท่อระบายน้ำสี่เหลี่ยม / ท่อระบายน้ำเหลี่ยม คสล. | ใช้สูตร K 3.5 ถ้าเป็นรายการหนึ่งในงานก่อสร้างท่อระบายน้ำตามนิยามของสูตร ดูสูตรนี้ | 2554/0301 |
| งานสร้างโรงสูบน้ำ พร้อมถังน้ำใสที่อยู่ภายในโรงสูบน้ำ | ใช้สูตร K 1 งานอาคาร ดูสูตรนี้ | 2556/0259 |
| หอถังน้ำสูง โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก | ใช้สูตร K 3.6 งานโครงสร้าง คสล. ไม่ใช่งานอาคาร ดูสูตรนี้ | 2556/0259, 2551/0132 |
| ระบบประปาหมู่บ้าน (แบบกรมทรัพยากรน้ำ) | แยกตามชิ้นงาน — หอถังน้ำ คสล. ใช้ K 3.6 ส่วนท่อ PVC ที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา ใช้ K 5.1.3 ดูสูตรนี้ | 2551/0132, 2560/0007 |
| งานวางท่อ HDPE และอุปกรณ์ประกอบ เช่น แท่นคอนกรีตยึดอุปกรณ์ เสารับท่อ ฐานรองรับท่อ | ใช้ K 5.2.3 ทั้งหมด ไม่ต้องแยกฐานคอนกรีตไปใช้ K 3.5 ดูสูตรนี้ | 2559/0060 |
| งานก่อสร้างสนามกีฬา (ตัวอาคารและอัฒจันทร์) | ตัวอาคาร/อัฒจันทร์ใช้ K 1 ส่วนงานถมบดอัดแน่นตามมาตรฐานใช้ K 2.1 ดูสูตรนี้ | 2554/0271 |
| ลู่ลานกรีฑา ที่ขว้างจักร ที่พุ่งแหลน ที่ขว้างค้อน (ปูแผ่นใยสังเคราะห์ ปลูกหญ้า ทาสี ตีเส้น) | ไม่มีสูตรค่า K | 2554/0271 |
| รั้วลวดหนามที่มีคานคอดิน คสล. ส่วนบนเป็นลวดหนาม | ใช้ K 1 งานอาคาร โดยไม่ต้องหักค่าลวดหนามออก ดูสูตรนี้ | 2558/0273 |
| รั้วลวดหนามที่ไม่มีคานคอนกรีต | ไม่อยู่ในข่าย | คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 4 |
| ไฟรั้ว กรณีก่อสร้างรั้วมีคานคอนกรีตลักษณะถาวรพร้อมไฟรั้ว | อยู่ในข่าย ถือเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นของรั้ว | 2554/0072 |
| ลานประติมากรรม ลานนั่งริมน้ำ (โครงสร้าง คสล. ผิวกระเบื้อง หินล้าง ทรายล้าง) | ไม่อยู่ในข่าย — ไม่อยู่ในความหมายของสูตรงานอาคาร | 2554/0313 |
| แท่งปะการังเทียมคอนกรีตทรงลูกบาศก์ | ไม่มีสูตรค่า K | 2554/0254 |
| สะพานไม้ข้ามลำห้วย | ไม่มีสูตรค่า K | 2552/0006 |
| งานเจาะระเบิดอุโมงค์ (ต้องใช้เทคนิคชั้นสูง) | ไม่อยู่ในข่าย — นิยามของสูตร K 2.3 ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ไว้ชัดเจน ดูสูตรนี้ | 2556/0006 |
| งานสกัดท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน / สกัดหน้าต่างบ่อพัก คสล. | ไม่อยู่ในข่าย | 2552/0305 |
| งานไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะแบบโคมกิ่งเดี่ยวส่องถนน | ไม่อยู่ในข่าย และไม่ต้องระบุค่า K ในประกาศ/สัญญาสำหรับงานลักษณะนี้ | 2558/0273 |
| งานจ้างเหมา เกรด กลบ ปรับถนน อย่างเดียว (จ้างเหมาบริการ ไม่ได้เบิกในงบลงทุน) | ไม่อยู่ในข่ายที่จะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ | 2555/0202 |
| หน่วยงานที่ไม่ใช่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อยากใช้สูตร 5.9.2 (มีพจน์ Wt/Wo) กับงานจ้างเหมาสายส่งไฟฟ้า | ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อน | 2551/0615 |
| งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่บ้านพักข้าราชการ | ถ้าก่อสร้างไม่เกิน 3 เมตรจากตัวอาคาร ถือเป็นงานอาคาร (K 1) ถ้าเกิน 3 เมตร มีลักษณะเป็นงานภูมิสถาปัตยกรรม จึงไม่อยู่ในข่าย — กรณีนี้ควรทำหนังสือหารือเป็นทางการ | 2552/0044 |
| งานปรับปรุงภูมิทัศน์ที่มีหลายรายการปนกัน | คิดได้เฉพาะรายการที่เข้านิยามสูตร เช่น ผิวถนน คสล. (K 3.4) ท่อระบายน้ำ คสล. และบ่อพัก (K 3.5) ส่วนงานรื้อถอน ปรับพื้นที่ เดินท่อไฟฟ้าแรงต่ำ วัสดุปูพื้นลาน (หินแกรนิต หินล้าง) อนุสาวรีย์ เสาธง วงเวียนน้ำพุ ปลูกต้นไม้ ไม่อยู่ในข่าย | 2555/0078 |
| งานจ้างเอกชนปรับปรุงภูมิทัศน์โดยปลูกต้นไม้และวางหิน | ไม่มีสูตรค่า K | 2554/0140 |
| สะพานข้ามแยกที่ประกวดราคาในลักษณะ “จัดซื้อ” ไม่ใช่จ้างเหมาก่อสร้าง | ไม่อยู่ในข่ายใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ แม้กระบวนการจะคล้ายงานก่อสร้าง | สงป. นร 0407/7550 ลว. 27 เม.ย. 2541 |
รายการนี้เข้าข่ายหรือไม่เข้าข่าย21 เรื่อง
คำวินิจฉัยรายรายการว่าอะไรนำมาคูณค่า K ได้ อะไรต้องหักออกก่อน
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| ไม้แบบ นำมาคิดค่า K ได้ไหม | ได้ เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการก่อสร้าง รวมอยู่ในวัสดุก่อสร้าง (สำนักงบประมาณยืนยันซ้ำ 2 ครั้ง) | 2556/0093, 2555/0191 |
| อุปกรณ์สุขภัณฑ์ — กระจกเงา ฝักบัว สายชำระ ห่วงแขวนผ้า ราวแขวนผ้า ที่ใส่ทิชชู | เข้าข่าย เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับอาคาร และต้องประกอบพร้อมการก่อสร้าง | 2558/0055 |
| งานไฟฟ้าภายในอาคาร — หลอดไฟ โคมไฟ สวิตช์ | เข้าข่าย เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับอาคาร | 2554/0078 |
| เฟอร์นิเจอร์ Built-in — งานบัวพื้น เตียงนอนหัวเตียงติดผนังตกแต่ง ชั้นวางของ | เข้าข่าย เป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร | 2554/0068 |
| ค่าแรงคนงานงานสกัดคอนกรีตฐานรากอาคาร | เข้าข่าย เป็นรายการของงานจ้างเหมาก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ | 2555/0439 |
| งานซ่อมแซมอาคารและสิ่งก่อสร้าง ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ไหม | ใช้ได้ ถ้าเบิกจ่ายในงบลงทุน ลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และมีองค์ประกอบวัสดุสอดคล้องกับสูตร | 2558/0066 |
| ที่เป่ามือ (hand dryer) | ไม่เข้าข่าย เป็นเครื่องจักร/เครื่องมือกล | 2558/0055 |
| ไฟระย้า | ไม่เข้าข่าย เป็นส่วนประกอบที่เกินความจำเป็นสำหรับอาคาร | 2554/0078 |
| ผ้าม่านทึบและโปร่ง พร้อมรางม่าน | ไม่เข้าข่าย ไม่ใช่ส่วนประกอบ Built-in ของอาคาร | 2554/0068 |
| ประตูรั้วอัลลอยด์ | ไม่เข้าข่าย เพราะไม่ได้สร้างพร้อมการก่อสร้างรั้ว ต้องสั่งทำมาติดตั้งภายหลัง และมีอะลูมิเนียมเป็นส่วนใหญ่ ไม่สอดคล้องกับองค์ประกอบของสูตรงานอาคาร | 2555/0155 |
| เบรกเกอร์เครื่องปรับอากาศ และระบบ MATV | ต้องหักออกก่อนคำนวณ | 2552/0238 |
| ครุภัณฑ์ประกอบโรงฆ่าสัตว์ — อ่างล้างเครื่องมือ ตะขอแขวนซาก โต๊ะตรวจเครื่องใน รถแขวนเครื่องใน ถังลวกสุกร | ไม่เข้าข่าย ไม่ใช่ครุภัณฑ์ส่วนที่ติดกับอาคาร (Built-in) และไม่ได้สร้างพร้อมการก่อสร้าง | 2551/0616 |
| งานรื้อถอนทุกชนิด — รื้อฝ้าเพดาน รื้อพื้น-ผนัง รื้อสุขภัณฑ์ รื้อโคมไฟ รื้อเครื่องปรับอากาศ รื้อพรม-ผ้าม่าน รื้อประตู-หน้าต่าง | ต้องหักออกก่อนคำนวณทั้งหมด | 2552/0051, 2552/0210 |
| งาน Sheet Pile ระบบป้องกันดินพัง และงานนั่งร้านเพื่อทำไม้แบบ | คำนวณค่า K ไม่ได้ เป็นงานชั่วคราวที่ต้องรื้อถอน | 2552/0091 |
| งานเจาะสำรวจและวิเคราะห์ดิน | ไม่ถือเป็นรายการวัสดุก่อสร้าง และปกติรวมอยู่ใน Factor F แล้ว | 2554/0299 |
| งาน Top Soil — ถมดินคลุมผิวโดยไม่บดอัดแน่น เช่น ถมดินเพื่อปลูกหญ้า | ไม่เข้าข่าย ไม่ใช่งานดินตามนิยามของสูตร | 2558/0273 |
| ค่า Overhead และ Mobilization ที่จ่ายเพิ่มชดเชยใน Unit Price Contract | ไม่เข้าข่าย เพราะเป็นรายการที่จ่ายตามปริมาณงานที่ทำจริงซึ่งน้อยกว่าปริมาณในสัญญา และผู้รับจ้างได้รับเงินเพิ่มจากราคาต่อหน่วยในสัญญาอยู่แล้ว | 2557/0115 |
| เครื่องมือประจำระบบประปา | ไม่ได้รับค่า K | 2552/0078 |
| ค่าครุภัณฑ์ (ลอยตัว) และค่ารื้อถอน | ไม่เข้าข่าย มิใช่ประเภทงานก่อสร้างตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด | 2552/0210 |
| อุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งภายหลัง ไม่ได้ประกอบพร้อมการก่อสร้าง | ไม่อยู่ในข่าย | 2555/0226 |
| มีวิธีเดาคร่าว ๆ จาก BOQ ไหมว่ารายการไหนน่าจะไม่เข้าข่าย | รายการที่ไม่ได้คูณ Factor F ใน BOQ ส่วนใหญ่มักเป็นครุภัณฑ์ จึงมักไม่อยู่ในข่าย — ใช้เป็นสัญญาณเตือนให้ไปตรวจต่อ ไม่ใช่กฎตายตัว | 2552/0078 |
ฐานค่างานที่นำมาคูณ9 เรื่อง
คูณค่า K กับยอดไหน — ก่อนหรือหลังหัก VAT ค่าปรับ เงินล่วงหน้า และ Factor F เข้ามาตรงไหน
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| ใช้ราคากลางของราชการ หรือ BOQ ของผู้รับจ้าง | ใช้ราคาตาม BOQ ที่ผู้รับจ้างแนบท้ายสัญญา | 2557/0058 |
| ค่างานที่หักออกเพราะไม่อยู่ในข่าย ต้องรวม Factor F ด้วยไหม | ต้องรวม — ถ้ารายการที่ไม่อยู่ในข่ายนั้นเสนอราคาโดยรวมค่าอำนวยการ กำไร และภาษี (Factor F) ไว้แล้ว ค่างานที่หักออกก็ต้องรวม Factor F ด้วย | 2555/0284, 2554/0343 |
| ต้องหักค่าปรับ (Penalty) ออกก่อนคำนวณไหม | ไม่ต้องหัก ให้คำนวณจากค่างานที่ส่งมอบ | 2557/0058 |
| เงินจ่ายล่วงหน้า 10% ต้องหักออกก่อนไหม | ไม่ต้องหัก — งวดที่ 1 ส่งงาน 1,000,000 บาท จ่ายจริง 900,000 บาท ให้ใช้ 1,000,000 บาทคำนวณ ยกเว้นสัญญาระบุเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องปฏิบัติตามสัญญา | 2551/0227 |
| ต้องหัก VAT ออกก่อนคำนวณไหม | ห้ามหัก VAT ออกก่อนคำนวณ — เป็นข้อผิดพลาดที่คู่มือสำนักงบประมาณระบุว่าพบบ่อย | คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 5 |
| สัญญาจ่ายเป็นงวดเงินเท่ากัน แต่เนื้องานจริงแต่ละงวดไม่เท่ากัน คิดจากยอดไหน | ให้นำค่างานตามสัญญามาคำนวณ ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ | 2551/0410 |
| คำนวณค่า K ได้เงินเพิ่มแล้ว เอาไปบวกค่าอำนวยการ กำไร และภาษีต่อท้ายอีกได้ไหม | ไม่ได้ ห้ามบวก Factor F ซ้ำ — กรณีกรมการบินพาณิชย์คำนวณผิดเป็น 1,525,865.74 บาท ที่ถูกคือ 1,296,402.50 บาท | สงป. นร 0407/16443 ลว. 10 ก.ย. 2541 |
| ค่างานที่ไม่อยู่ในข่าย มากกว่าเงินของงวดนั้น ทำอย่างไร | หักให้สอดคล้องกับการทำงานในงวดนั้นก่อน ส่วนที่เหลือให้ยกไปหักงวดถัดไปหรืองวดก่อนหน้าจนครบ ห้ามใช้ “ผลต่าง” ที่ติดลบมาปรับราคาค่างาน (ถามซ้ำ 3 ครั้งใน 3 ปี คำตอบเหมือนกันทุกครั้ง) | 2559/0095, 2559/0096, 2560/0020 |
| ส่งงานล่าช้ากว่าสัญญา ใช้ค่า K ของเดือนไหน | เปรียบเทียบค่า K ระหว่างเดือนที่ส่งงานจริงกับเดือนที่สิ้นสุดสัญญา แล้วเลือกตัวที่ให้ผลเป็นโทษแก่ผู้รับจ้าง — ตัวอย่างจริง เรียกคืนได้ 17,900 บาท กับ 95,500 บาท สำนักงบประมาณวินิจฉัยให้เรียกคืน 95,500 บาท และการเปรียบเทียบทำที่ระดับ “ค่า K ดิบ” ไม่ใช่ระดับจำนวนเงิน — หมายเหตุ: ประเด็นนี้ยังไม่ยุติ ในขาที่ต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง หนังสือ ว 109 ข้อ 5 กับคู่มือสำนักงบประมาณ บทที่ 4 ข้อ 3.5 วางหลักไว้ไม่ตรงกัน จึงควรทำหนังสือหารือสำนักงบประมาณก่อนออกหนังสือเรียกคืน | 2558/0202 |
เดือนฐาน (o) และเดือนส่งงาน (t)9 เรื่อง
ใช้ดัชนีเดือนผิดไปเดือนเดียว ตัวเลขเปลี่ยนทั้งงวด หมวดนี้ตอบว่านับเดือนจากเอกสารใบไหน
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| ใช้เดือนที่ส่งมอบงาน หรือเดือนที่ตรวจรับงาน | ใช้เดือนที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานตามที่ระบุในหนังสือของผู้รับจ้าง ไม่ใช่เดือนตรวจรับ | 2552/0272, 2552/0005, 2551/0455 |
| ทำงานเสร็จ 31 ม.ค. ทำหนังสือส่งงาน 31 ม.ค. หน่วยงานประทับตรารับ 1 ก.พ. ตรวจรับ 3 ก.พ. | ใช้ดัชนีเดือนมกราคม คือเดือนที่ผู้รับจ้างระบุไว้ในหนังสือส่งมอบงาน | 2552/0005 |
| หนังสือส่งงานเขียนว่าเป็นงวดประจำเดือน ต.ค. 50 แต่ออกเอกสารวันที่ 2 พ.ย. 50 | ใช้ดัชนีเดือนที่ผู้รับจ้างมีหนังสือส่งมอบงาน คือเดือนพฤศจิกายน 2550 | 2551/0455 |
| งานจัดจ้างโดย e-bidding / e-Auction เดือนฐานคือเดือนไหน | เดือนที่เปิดซองเสนอราคา ห้ามใช้เดือนที่ลงนามในสัญญา | แนวปฏิบัติตามแบบฟอร์มคำนวณของ อปท. / คู่มือ สงป. บทที่ 3 |
| จัดจ้างโดยวิธีตกลงราคา ไม่มีการเปิดซอง จะใช้วันไหนเป็นเดือนฐาน | ใช้วันที่ผู้รับจ้างมีหนังสือถึงผู้ว่าจ้างว่ายินดีตกลงรับราคาค่าจ้าง เป็นวันเปิดซองราคา | 2552/0245, 2552/0252 |
| มีการแก้ไขแบบตามสัญญา แต่ราคาต่อหน่วยเท่าเดิม | ใช้เดือนเปิดซองราคาเทียบกับเดือนส่งมอบงานตามปกติ | 2554/0018 |
| มีการแก้ไขแบบ และตกลงราคาใหม่ (ราคาต่อหน่วยเปลี่ยนไป ไม่ว่าเพิ่มหรือลด) | ใช้เดือนที่ตกลงราคาใหม่ เทียบกับเดือนที่ส่งมอบงาน | 2554/0018 |
| ส่งมอบงานผ่านบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน นับวันจากใคร | นับ 90 วันถึงวันที่ประทับตราของหน่วยราชการ ไม่ใช่ของบริษัทที่ปรึกษา เพราะบริษัทที่ปรึกษามิใช่ส่วนราชการ | 2552/0269 |
| ดัชนีเดือนที่ส่งมอบยังไม่ประกาศ ตอนที่ต้องเบิกเงินค่างานงวดนั้น | การเบิกจ่ายค่างานแต่ละงวดไม่ต้องคำนวณค่า K ประกอบ ให้จ่ายค่าจ้างตามสัญญาไปก่อน แล้วคำนวณเมื่อทราบดัชนีแน่นอนแล้ว | 2550/0620 |
กฎ 90 วัน10 เรื่อง
หมวดเดียวในหน้านี้ที่พลาดแล้วแก้ไม่ได้ — หมดสิทธิคือหมดสิทธิ ไม่มีการผ่อนผัน
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| 90 วันนับจากวันไหน ถึงวันไหน | นับจากวันถัดจากวันที่ผู้รับจ้างมีหนังสือส่งมอบงานงวดสุดท้าย จนถึงวันที่หน่วยงานประทับตรารับหนังสือขอเงินเพิ่ม | มติ ครม. ว 109 ข้อ 4 / คู่มือ สงป. บทที่ 3 ขั้นที่ 1 |
| วันครบ 90 ตรงกับวันหยุดราชการ | ให้เลื่อนไปเป็นวันทำการถัดไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 (ถ้อยคำในคู่มือสำนักงบประมาณที่ว่า “ให้หักวันหยุดออก” กำกวม ให้ยึดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) แต่ในทางปฏิบัติไม่ควรยื่นชนวันครบกำหนด ควรเผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าหลายวัน เพราะสิ่งที่นับคือวันที่หน่วยงานประทับตรารับหนังสือ | คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 1 |
| ยื่นหนังสือ “ขอสงวนสิทธิ” ไว้ภายใน 90 วันก่อน แล้วค่อยมายื่นขอจริงทีหลังได้ไหม | ไม่ได้ — การขอสงวนสิทธิไม่ใช่การใช้สิทธิ กรณียื่นสงวนสิทธิ 17 พ.ย. 2540 แล้วยื่นขอจริง 31 มี.ค. 2541 ถือว่าใช้สิทธิเมื่อพ้นกำหนด ไม่มีสิทธิเรียกร้อง | กฤษฎีกา คณะที่ 3 เรื่องเสร็จที่ 607/2543 |
| ยื่นฉบับแรกทันกำหนด แล้วยื่นฉบับที่ 2 แก้ไขให้ถูกต้องเกิน 90 วัน | พิจารณาได้ ให้นับ 90 วันถึงวันประทับตรารับครั้งแรกเท่านั้น ฉบับที่ 2 ที่เป็นการแก้ไขฉบับแรกให้ถูกต้องนำมาพิจารณาได้แม้เกิน 90 วัน | 2551/0320 / คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 1.5 |
| คณะกรรมการตรวจการจ้างให้กลับไปแก้แล้วส่งใหม่ นับวันไหนเป็นวันส่งงวดสุดท้าย | ใช้วันที่ส่งใหม่ — กรณีกรมทางหลวง ส่งงวดสุดท้าย 20 ส.ค. 2541 แต่ถูกให้ปรับปรุงการปลูกหญ้าและส่งใหม่ 28 ส.ค. 2541 ถือว่าวันที่ 28 ส.ค. 2541 เป็นวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย | สงป. นร 0407/18498 ลว. 24 พ.ค. 2543 |
| สัญญาถูกยกเลิกก่อนส่งงานงวดสุดท้าย เริ่มนับจากวันไหน | นับจากวันยกเลิกสัญญา ไม่ใช่วันที่ส่งมอบงานครั้งสุดท้ายก่อนยกเลิก | คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 1 |
| ต้องรอให้ครบงวดสุดท้ายก่อนถึงจะขอได้ไหม | ไม่ต้องรอ ส่งมอบงานงวดใดแล้วขอรับเงินชดเชยงวดนั้นได้ทันที หรือทยอยขอตามที่เหมาะสม | ว 16 ลว. 18 พ.ย. 2541 / 2552/0087 |
| ยังไม่ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายเลย มีกำหนดเวลาไหม | ไม่มีการจำกัดเวลาการขอเงินชดเชย | คู่มือ สงป. บทที่ 3 ขั้นที่ 1 ข้อ 5 |
| “ยื่นทัน” หมายถึงลงวันที่ในหนังสือทัน หรือส่งหนังสือออกทัน | ทั้งสองอย่างไม่ใช่ — ต้องให้หน่วยงานลงทะเบียนและประทับตรารับหนังสือภายในกำหนด | คู่มือ สงป. บทที่ 3 ขั้นที่ 1 ข้อ 1 |
| 90 วันตามสัญญา กับ 90 วันของหนังสือ ว 233 ปี 2569 ต่างกันอย่างไร | คนละเรื่องกัน — 90 วันตามสัญญานับจากวันถัดจากวันส่งมอบงวดสุดท้าย คุ้มสิทธิค่า K ทั้งก้อน ส่วน 90 วันของ ว 233 นับจากวันถัดจาก 30 ก.ย. 2569 ครบ 29 ธ.ค. 2569 ตายตัวทุกสัญญา และคุ้มเฉพาะส่วนที่ขอตามมาตรการผ่อนผัน ±2% หรือเปลี่ยนเดือนฐาน ว 233 ไม่ได้ฟื้นสิทธิที่ขาดตามสัญญาไปแล้ว | สงป. ด่วนที่สุด ที่ นร 0719.1/ว 233 ลว. 20 ส.ค. 2569 |
สัญญาไม่ระบุว่าเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้11 เรื่อง
ประกาศประกวดราคากับตัวสัญญาต้องสอดคล้องกัน ขาดข้างใดข้างหนึ่งผลต่างกันคนละขั้ว
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| เงื่อนไขครบถ้วนต้องมีอะไรบ้างถึงจะขอค่า K ได้ | ต้องมีทั้ง (ก) ประกาศประกวดราคา/หนังสือเชิญชวน ระบุว่าจะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ และ (ข) สัญญาจ้างระบุว่าเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมกำหนดสูตรตรงตามประเภทงาน | คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 2 |
| ประกาศประกวดราคาไม่ระบุ แต่สัญญาระบุไว้ | ไม่อยู่ในข่าย และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญา | คู่มือ สงป. บทที่ 4 ข้อ 2.4 / 2554/0327 |
| ประกาศระบุไว้ แต่สัญญาไม่ระบุ | อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างว่าจะแก้ไขสัญญาหรือไม่ โดยต้องพิจารณาว่าทำให้ราชการเสียประโยชน์หรือไม่ — สำนักงบประมาณเคยตอบว่าคำวินิจฉัยของกรมบัญชีกลางที่ว่าแก้ไขไม่ได้ น่าจะถูกต้องแล้ว เพราะแก้แล้วต้องจ่ายเงินเพิ่ม | 2551/0488 |
| แก้ไขสัญญาให้เป็นแบบปรับราคาได้ หลังจากส่งมอบงานไปแล้วบางส่วน จะมีผลย้อนหลังไหม | ถ้าการแก้ไขนั้นชอบด้วยกฎหมาย ก็มีผลย้อนหลังถึงงวดที่ 1 ทั้งหมด เพราะคู่สัญญาเจตนาให้สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับแรก และยังต้องยื่นภายใน 90 วันนับแต่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย (กรณี กทม. อาคารจอดรถยนต์ งวดที่ 1–16) | กฤษฎีกา นร 0601/0026 ลว. 8 ม.ค. 2544 |
| เอกสารแนบท้ายสัญญาสลับที่กัน | ไม่ใช่สาระสำคัญ ผู้รับจ้างยังมีสิทธิได้รับค่า K | สงป. นร 0407/23457 ลว. 19 ก.ค. 2543 |
| สัญญาแนบเฉพาะประกาศประกวดราคา 1 หน้า ไม่ได้แนบสูตร แต่แนบใบเสนอราคาซึ่งอ้างเงื่อนไขของประกาศ | ถือว่าแสดงเจตนารมณ์จะทำสัญญาแบบปรับราคาได้แล้ว มีสิทธิได้รับค่า K | สงป. นร 0407/30254 ลว. 19 ก.ย. 2543 |
| ประกาศกำหนดให้ “แบบสัญญาจ้าง” เป็นเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา และในแบบสัญญาจ้างระบุว่าใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ | ถือว่าประกาศประกวดราคาแสดงเจตนารมณ์แล้ว มีสิทธิได้รับค่า K | สงป. นร 0407/27942 ลว. 31 ส.ค. 2543 |
| สัญญากำหนดสูตรไว้ไม่ครบทุกประเภทงานที่ทำจริง | เบิกได้เฉพาะประเภทงานที่ระบุสูตรไว้ในสัญญาเท่านั้น เช่น สัญญากำหนดเฉพาะสูตรงานอาคาร ส่วนงานถนน รางน้ำ ขยายไฟฟ้าแรงสูงในบริเวณ ก็คำนวณค่า K ไม่ได้ | 2552/0188, 2556/0154, 2552/0256 |
| จัดจ้างโดยวิธีสอบราคาหรือวิธีพิเศษ ซึ่งไม่มีประกาศประกวดราคา | ใช้เอกสารที่แสดงเจตนารมณ์ว่าจะทำสัญญาแบบปรับราคาได้แทนประกาศประกวดราคาได้ | คู่มือ สงป. บทที่ 3 ขั้นที่ 1 ข้อ 3 |
| องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่นำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้ ทั้งที่งานเข้าข่าย | หากก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมต้องรับผิดทางปกครอง เช่น ถูกสอบสวนทางวินัย หรือถูกฟ้องต่อศาลปกครองตามมาตรา 9 (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและ/หรือใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ | 2551/0266 |
| งานก่อสร้างที่ไม่มีสูตรกำหนดไว้ หรืองานปรับปรุงซ่อมแซมที่สัดส่วนวัสดุไม่สอดคล้องกับสูตรใด | ไม่ต้องนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้ ใช้สัญญาแบบปกติได้ | 2554/0050 |
หน้าที่และอำนาจ — ใครทำอะไร9 เรื่อง
ใครคำนวณ ใครตรวจสอบ ใครอนุมัติ และเรื่องต้องขึ้นไปถึงสำนักงบประมาณเมื่อไร
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| ใครเป็นคนคำนวณ ใครเป็นคนตรวจสอบ | ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดทำรายการคำนวณ ส่วนราชการเป็นผู้ตรวจสอบ | 2552/0141, 2551/0315 |
| ผู้ว่าจ้างต้องคำนวณค่า K ทุกงวดไหม แม้ผู้รับจ้างไม่ได้ขอ | ต้องคำนวณทุกงวดที่มีการส่งมอบงาน แม้ผู้รับจ้างจะไม่ขอ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของทางราชการในกรณีที่ต้องเรียกเงินคืน ส่วนการขอเงินเพิ่มเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างเองที่จะรักษาผลประโยชน์ของตน เป็นคนละประเด็นกัน | 2552/0141, 2552/0118, 2551/0565 |
| ต้องผ่านคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนไหม | ไม่ใช่ข้อบังคับ เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐเจ้าของสัญญาที่จะมอบหมายให้ผู้ใดเป็นผู้คำนวณและตรวจสอบ | 2557/0096 |
| หน่วยงานคำนวณได้มากกว่าที่ผู้รับจ้างขอ จะจ่ายเท่าไร | อนุมัติจ่ายตามที่ผู้รับจ้างขอ วงเงินที่อนุมัติต้องไม่สูงกว่าที่ขอ และถ้าวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาทก็ไม่ต้องส่งให้สำนักงบประมาณตรวจสอบ | 2556/0307 |
| คำนวณแล้วค่า K อยู่ในช่วง ±4% (ไม่มีการจ่ายและไม่เรียกคืน) ต้องรายงานสำนักงบประมาณไหม | ไม่ต้องรายงาน เพราะไม่มีการอนุมัติจ่ายหรือเรียกคืน | 2554/0231 |
| วงเงินเท่าไรที่หน่วยงานอนุมัติเองได้ | สัญญาไม่เกิน 50 ล้านบาท หน่วยงานภาครัฐเจ้าของสัญญาตรวจสอบ คำนวณ และอนุมัติได้เอง แล้วรายงานสำนักงบประมาณทราบภายใน 15 วัน ส่วนสัญญาเกิน 50 ล้านบาท สำนักงบประมาณเป็นผู้ตรวจสอบและเห็นชอบ | สงป. นร 0407/ว 150 ลว. 24 ส.ค. 2544 |
| อปท. ที่มีสัญญาเกิน 50 ล้านบาท ต้องส่งเรื่องผ่านใคร | อบต./เทศบาล ต้องตรวจสอบให้ถูกต้องก่อน แล้วส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตรวจสอบ จากนั้นจึงส่งให้สำนักงบประมาณตรวจสอบและเห็นชอบก่อนจ่าย | 2551/0413, 2551/0253, 2551/0282 |
| หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแทนได้ไหม | ได้ สำหรับการดำเนินการภายในจังหวัดเดียวกัน | สงป. ว 150 ข้อ 9 |
| ตีความหลักเกณฑ์ไม่ตรงกัน ใครเป็นผู้ชี้ขาด | สำนักงบประมาณเป็นผู้วินิจฉัย และให้ถือคำวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด ส่วนการปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์ให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ | สงป. ว 150 ข้อ 10–11 |
การจ่ายเงิน การเรียกเงินคืน และแหล่งเงิน8 เรื่อง
คำนวณแล้วติดลบต้องเรียกคืนจากอะไร และหน่วยงานเอาเงินจากไหนมาจ่ายเพิ่ม
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| ต้องเรียกเงินคืน แต่ผู้รับจ้างไม่มีงวดเหลือแล้ว หักจากอะไรได้บ้าง | หักค่างานงวดต่อไป ถ้าสัญญาสิ้นสุดแล้วแต่ยังไม่จ่ายค่างวด ให้หักจากค่างานที่กำลังจะจ่าย ถ้าจ่ายหมดแล้วให้หักจากหลักประกันสัญญา และหักจากเงินค่าประกันผลงานได้ โดยไม่ต้องรอครบกำหนด 2 ปี | 2552/0094, 2554/0317 |
| เงินที่เรียกคืนได้ นำไปไว้ที่ไหน | เรียกผู้รับจ้างชำระคืนหน่วยงาน เพื่อนำส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบต่อไป | คู่มือ สงป. บทที่ 3 ขั้นที่ 4 |
| การคืนเงินค่าปรับและค่า K เป็นหน้าที่ของใคร | เป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญา | 2551/0619 |
| ส่วนราชการจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายเงินเพิ่ม | เจียดจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจเป็นลำดับแรก แล้วจึงงบกลางในลำดับต่อไป และการโอนต่างแผนงานต้องขออนุมัติสำนักงบประมาณก่อน | สงป. ว 150 (มติ ครม. 5 มิ.ย. 2544) |
| อบต. ตั้งงบชดเชยค่า K ไว้ในข้อบัญญัติตำบลได้ไหม | ได้ เพราะเป็นเงินรายได้ของหน่วยงานเอง ให้ตั้งไว้ในงบลงทุน ประเภทค่าก่อสร้าง | 2551/0386, 2551/0502 |
| แหล่งเงินของ อปท. ใช้อะไรจ่ายค่า K | จ่ายตามแหล่งที่มาของค่าก่อสร้างนั้น ถ้ามาจากเงินรายได้ให้จ่ายจากเงินรายได้ ถ้ามาจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ให้เจียดจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานก่อน ถ้าไม่มีจึงขอผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น | 2551/0352, 2551/0253 |
| ค่า K ถือเป็นเงินที่ต้องจ่ายตามข้อผูกพันของสัญญาหรือไม่ | ถือว่าเป็นเงินที่ต้องจ่ายตามข้อผูกพันของสัญญา และควรใช้เงินเหลือจ่ายมาจ่ายค่า K ก่อนนำไปจัดซื้อครุภัณฑ์ | 2551/0461 |
| ยื่นเรื่องแล้วผู้รับจ้างจะได้รับเงินภายในกี่วัน | ตามมาตรฐานเวลารวมทั้งกระบวนการ 70 วันทำการสำหรับหน่วยงานส่วนกลาง และ 80 วันทำการสำหรับส่วนภูมิภาค (ไม่รวมช่วงที่ผู้ประกอบการต้องแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเอง) | 2552/0066, 2551/0611 |
ดัชนีราคาและมาตรการผ่อนผัน ±2%14 เรื่อง
ดัชนีมาจากไหน แก้ย้อนหลังได้ไหม และมาตรการ ±2% ทั้งสองครั้งต่างกันอย่างไร
| คำถาม | คำวินิจฉัย | อ้างอิง |
|---|---|---|
| ดัชนีราคาที่ใช้ต้องมาจากไหน | กระทรวงพาณิชย์เท่านั้น (กองสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เดิมคือสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า) | 2551/0387 |
| คำนวณดัชนีขึ้นมาเองได้ไหม | คำนวณเองได้ แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ และนำมาขอเงินชดเชยไม่ได้ ระเบียบกำหนดให้ใช้เฉพาะดัชนีของกระทรวงพาณิชย์ | 2551/0387 |
| ใช้ดัชนีฐานปีอะไร | ปี 2530 = 100 และต้องระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วย | 2559/0120 |
| ดัชนีถูกแก้ไขย้อนหลัง ต้องใช้ตัวไหน | ต้องใช้ตัวที่แก้ไขแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง และทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนจาก “ต้องจ่าย” เป็น “ไม่ต้องจ่าย” ได้ | สงป. นร 0407/04793 ลว. 27 ธ.ค. 2539 |
| ค่าแรงขั้นต่ำขึ้น ขอปรับค่า K เพิ่มเป็นพิเศษได้ไหม | ไม่มีสูตรพิเศษ เพราะสูตรเผื่อการเปลี่ยนแปลงค่าแรงไว้แล้วผ่านพจน์ It/Io เมื่อค่าแรงขั้นต่ำเพิ่ม ดัชนีราคาผู้บริโภคจะเพิ่มตาม และค่า K ที่คำนวณได้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย | 2555/0164 |
| สูตรค่า K มาจากไหน ใครเป็นคนกำหนด | คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงบประมาณ กรมทางหลวง กรมชลประทาน กรมโยธาธิการ ฯลฯ คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อ 22 ส.ค. 2532 | 2551/0215 |
| ตัวเลขสัมประสิทธิ์ในสูตรหมายถึงอะไร | เช่นสูตรงานอาคาร 0.25 คือมวลรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ 25% · 0.15 คือดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (ค่าแรง) 15% · 0.10 คือซีเมนต์ 10% · 0.40 คือวัสดุก่อสร้างไม่รวมเหล็กและซีเมนต์ 40% · 0.10 คือเหล็ก 10% | 2551/0387 |
| มาตรการ ±2% แปลว่าค่า K ต้องอยู่ในช่วง 0.98–1.02 เท่านั้นใช่ไหม | ไม่ถูกต้อง ช่วง ±2% ไม่ใช่กรอบที่ค่า K ต้องอยู่ข้างใน แต่เป็น "ส่วนที่ต้องหักทิ้งก่อน" ที่ถูกคือ ค่า K ต้องมากกว่า 1.020 จึงจะได้เงินชดเชยเพิ่ม โดยจ่ายเฉพาะส่วนที่เกิน 1.020 และค่า K ต้องน้อยกว่า 0.980 จึงจะถูกเรียกเงินคืน โดยเรียกคืนเฉพาะส่วนที่ต่ำกว่า 0.980 (หลักเดียวกันกับเกณฑ์ปกติ 4% ที่ใช้ 1.040 และ 0.960) | 2551/0404 |
| สัญญาเดียวมีทั้งงวดที่หัก 2% และงวดที่หัก 4% ได้ไหม | ได้ และต้องแยกคำนวณรายงวด — สัญญา 10 งวด ถ้ามี 6 งวดที่ส่งมอบในช่วงมาตรการ ให้คิด 6 งวดนั้นที่ 2% ส่วนอีก 4 งวดคิดที่ 4% | 2551/0403 |
| เคยเบิกที่ ±4% ไปแล้ว ต้องทำหนังสือถอนเรื่องเดิมก่อนไหม | ไม่ต้องถอน ให้ทำหนังสือขอรับความช่วยเหลือเพิ่มในอัตรา ±2% โดยแสดงค่างานที่เคยเบิกทั้ง 4% และ 2% ให้ตรงกับงวดงาน แล้วนำส่วนที่เคยเบิกไปแล้วมาหักออก | 2551/0397 |
| ตัวอย่างการคำนวณ ±2% ที่สำนักงบประมาณยืนยันว่าถูกต้อง | ค่างานส่งมอบ 500,000 บาท ค่า K = 0.95 → ผลต่าง 0.98 − 0.95 = 0.03 → เงินที่ผู้ว่าจ้างได้คืน 0.03 × 500,000 = 15,000 บาท | 2552/0064 |
| มาตรการ ±2% ปี 2551 ยังใช้ได้อยู่ไหม | สิ้นสุดแล้ว ใช้เฉพาะงวดงานที่ส่งมอบระหว่าง 1 ต.ค. 2550 – 30 ก.ย. 2551 ผู้รับจ้างที่ส่งมอบงานหลัง 30 ก.ย. 2551 กลับไปใช้ ±4% ตามมติ ครม. 22 ส.ค. 2532 | 2551/0382, 2554/0010, 2552/0078 |
| มาตรการผ่อนผันปี 2569 ใช้กับงวดไหน | หักในอัตรา ±2% (เกณฑ์เป็น 1.020 / 0.980) เฉพาะสัญญาจ้างที่ส่งมอบงวดงานระหว่าง 28 ก.พ. 2569 – 30 ก.ย. 2569 | สงป. ด่วนที่สุด ที่ นร 0719.1/ว 190 ลว. 28 พ.ค. 2569 |
| การเปลี่ยนเดือนฐานตามมาตรการปี 2569 ใช้กับสัญญาแบบไหน | ให้ใช้ดัชนีราคา ณ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลาง แทนเดือนเปิดซองประกวดราคา เฉพาะสัญญาที่ลงนามตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และสัญญาที่ทั้งลงนามและส่งมอบบางงวดในช่วงเวลาดังกล่าวให้ทำทั้งสองข้อ | สงป. ว 190 ลว. 28 พ.ค. 2569 (มติ ครม. 19 พ.ค. 2569 ตาม ว 220) |
คำวินิจฉัยชุดนี้ตอบบนระเบียบพัสดุฉบับเก่า ตรวจเลขข้อก่อนเอาไปอ้าง
คำวินิจฉัยชุดปี 2550–2560 ตอบบนฐาน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 (เช่นที่อ้าง “ข้อ 136” เรื่องการแก้ไขสัญญา หรือ “วิธีตกลงราคาไม่เกิน 100,000 บาท”) ปัจจุบันระเบียบเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วย พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 แล้ว
หลักการเรื่องค่า K ยังคงเดิมทุกข้อ แต่เลขข้อและวิธีปฏิบัติด้านพัสดุเปลี่ยนไป ถ้าจะอ้างเลขข้อของระเบียบพัสดุในหนังสือ ต้องเทียบกับฉบับปัจจุบันก่อน โดยเฉพาะหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 110 ลว. 5 มี.ค. 2561 เรื่องการกำหนดเงื่อนไขสัญญาแบบปรับราคาได้ ไว้ในประกาศ เอกสารเชิญชวน และแบบสัญญา — อ้างเลขข้อเก่าไปตรง ๆ คือเหตุให้เรื่องถูกตีกลับโดยไม่จำเป็น
ที่มาของเนื้อหาในหน้านี้
สังเคราะห์จาก (1) คู่มือการตรวจสอบเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) สำนักงบประมาณ บทที่ 3–4 และภาคผนวก ฌ (2) คำถาม–คำตอบ ค่า K 2550–2560 โดยสำนักงบประมาณ รวม 138 ข้อ (รหัส 2550/0620 ถึง 2560/0020) (3) บันทึกความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 3 เรื่องเสร็จที่ 607/2543 และหนังสือ นร 0601/0026 ลว. 8 ม.ค. 2544
แล้วต้องทำอะไรต่อ
- ดูบัญชีรายการที่เบิกได้และเบิกไม่ได้หมวด “รายการนี้เข้าข่ายหรือไม่เข้าข่าย” ขยายความไว้ที่นั่น พร้อมชื่ออังกฤษตามบัญชีต้นฉบับ
- เทียบคำนิยามประเภทงานตาม ว 109คำวินิจฉัยเรื่องสูตรเกือบทั้งหมดตัดสินจากคำนิยามของสูตร ไม่ใช่จากชื่อรายการใน BOQ
- ทบทวนกฎ 90 วันให้ละเอียดหมวดกำหนดเวลาในหน้านี้เป็นเรื่องเดียวที่พลาดแล้วแก้ไม่ได้
- เปิดหนังสือต้นฉบับอ่านตัวเต็มก่อนเอาไปอ้างอิงในหนังสือราชการ
- ถามในเว็บบอร์ดโยธาไทยเคสของคุณไม่ตรงกับข้อไหนเลย ลองถามคนที่เคยเจอ