ศัพท์พื้นฐาน
ถ้าอ่านหน้าอื่นแล้วสะดุดตรงคำไหน มาเปิดที่นี่ อธิบายแบบไม่ใช้ศัพท์อธิบายศัพท์
ไม่ต้องอ่านทั้งหน้า
หน้านี้ทำไว้ให้เปิดแวะ ไม่ได้ทำไว้ให้อ่านรวด กด Ctrl + F (เครื่อง Mac ใช้ ⌘ + F) แล้วพิมพ์คำที่สะดุด อ่านสองสามบรรทัดแล้วกลับไปอ่านหน้าเดิมต่อได้เลย
คำที่เจอบ่อยที่สุด
- สัญญาแบบปรับราคาได้
- สัญญาจ้างก่อสร้างที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนประมูลว่า ถ้าราคาวัสดุก่อสร้างเปลี่ยนไปจากตอนเปิดซอง จะปรับค่างานให้ตามจริง ต้องประกาศไว้ในประกาศประกวดราคา และ ระบุไว้ในสัญญาด้วย ถ้าไม่ได้ตกลงไว้แต่ต้น จะมาขอปรับทีหลังไม่ได้ — ดูวิธีเช็คว่าสัญญาเข้าข่ายไหม
- ค่า K
- ตัวคูณที่บอกว่าค่างานของงวดนั้นควรปรับขึ้นหรือลงเท่าไร ถ้าราคาวัสดุไม่ขยับเลย ค่า K จะเท่ากับ 1.000 พอดี ของแพงขึ้นค่า K มากกว่า 1 ของถูกลงค่า K น้อยกว่า 1 เอาไปใช้กับสูตรแม่ P = Pₒ × K คือค่างานที่ต้องจ่ายจริง เท่ากับค่างานตามสัญญาคูณด้วยค่า K
- Escalation Factor
- ชื่อภาษาอังกฤษของค่า K ตามที่ปรากฏในมติคณะรัฐมนตรี ว 109 แปลตรงตัวว่า “ตัวคูณปรับเพิ่มราคา” แต่ในทางปฏิบัติใช้ได้ทั้งขาเพิ่มและขาลด และเป็นค่าที่ หักด้วย 4% แล้วเมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
- เดือนฐาน (ตัวห้อย o)
- เดือนที่ เปิดซองประกวดราคา ใช้เป็นจุดตั้งต้นในการเทียบราคา ไม่ใช่เดือนที่เซ็นสัญญา (ผิดกันบ่อยมาก) กรณีจัดจ้างด้วยวิธีอื่น ให้ใช้เดือนที่เปิดซองราคาหรือเสนอราคาแทน · สัญญาที่ลงนามระหว่าง 28 ก.พ. – 30 ก.ย. 2569 มีข้อยกเว้นตามมาตรการปี 2569 ให้ใช้เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบราคากลางแทน
- เดือนส่งงาน (ตัวห้อย t)
- เดือนที่ ผู้รับจ้างมีหนังสือส่งมอบงาน ของงวดนั้น ไม่ใช่เดือนที่คณะกรรมการตรวจรับงาน และไม่ใช่เดือนที่หน่วยงานประทับตรารับ เช่น ทำงานเสร็จและทำหนังสือส่งงานวันที่ 31 ม.ค. หน่วยงานประทับตรารับ 1 ก.พ. ตรวจรับ 3 ก.พ. กรณีนี้ใช้ดัชนี เดือนมกราคม
- เลขสัมพันธ์
- ผลหารของดัชนีสองเดือน เช่น It/Io คือดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนส่งงาน หารด้วยดัชนีเดียวกันของเดือนฐาน เป็นตัวบอกว่าของกลุ่มนั้นแพงขึ้นกี่เท่า มติคณะรัฐมนตรีบังคับให้ ทำเลขสัมพันธ์ให้เสร็จก่อน แล้วจึงเอาผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ห้ามคูณก่อนหาร
- ค่าคงที่ในสูตร
- ตัวเลขตัวแรกของสูตรที่ไม่ผูกกับดัชนีตัวใดเลย เช่น 0.25 ในสูตรงานอาคาร แทนส่วนของค่างานที่ไม่ผันผวนตามราคาวัสดุ (มวลรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ) ไม่ว่าราคาวัสดุจะขึ้นลงอย่างไร ส่วนนี้ก็คงที่เสมอ
- สัมประสิทธิ์
- ตัวเลขหน้าเลขสัมพันธ์แต่ละพจน์ บอกว่าดัชนีตัวนั้นมีน้ำหนักในงานประเภทนี้กี่เปอร์เซ็นต์ เช่นสูตรงานอาคาร 0.15 คือค่าแรงและราคาผู้บริโภคทั่วไป 15% · 0.10 คือซีเมนต์ 10% · 0.40 คือวัสดุก่อสร้างที่ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์ 40% · 0.10 คือเหล็ก 10% ค่าคงที่บวกสัมประสิทธิ์ทุกตัวต้องได้ 1.000 พอดีเสมอ ใช้ตรวจได้ว่าลอกสูตรมาถูกหรือไม่
- ฐานปี 2530 = 100
- ดัชนีราคาทุกตัวเทียบกับราคาของปี 2530 ที่ตั้งไว้เท่ากับ 100 ดังนั้นดัชนี 320.4 แปลว่าราคาของกลุ่มนั้นเป็นประมาณ 3.2 เท่าของปี 2530 (คือแพงขึ้นราว 2.2 เท่า) สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องใช้ตารางฐานปี 2530 เท่านั้น และต้องระบุฐานปีนี้ในเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วย
- ค่างานที่อยู่ในข่าย
- ค่างานของงวดนั้นหลังหักรายการที่นำมาคำนวณค่า K ไม่ได้ออกแล้ว เช่น ครุภัณฑ์ที่นำมาติดตั้ง วัสดุที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้ ค่าอาคารชั่วคราว ค่าวางผังก่อสร้าง ค่าเจาะสำรวจดิน ค่าเคลื่อนย้ายเครื่องจักร — ตัวเลขนี้คือตัวที่เอาไปคูณกับส่วนต่างของค่า K ตอนท้าย ไม่ต้องหัก VAT และไม่ต้องหักเงินล่วงหน้าออกก่อน
- งวดงาน
- ช่วงงานที่สัญญาแบ่งไว้เพื่อส่งมอบและเบิกเงินเป็นคราว ๆ ค่า K คิด แยกรายงวด เพราะแต่ละงวดส่งมอบคนละเดือน ดัชนีจึงคนละชุด และไม่ต้องรอให้จบสัญญา ส่งมอบงวดใดแล้วขอรับเงินชดเชยของงวดนั้นได้เลย
- Factor F
- ตัวคูณของงาน ราคากลาง ที่รวมค่าอำนวยการ กำไร ดอกเบี้ย และภาษี เข้าไปในค่างานต้นทุน คนละเรื่องกับค่า K — Factor F ใช้ตอนตั้งราคากลาง ก่อนประมูล ส่วนค่า K ใช้ตอนส่งมอบงานแล้ว จุดที่ผิดกันบ่อยที่สุดคือ ค่างานตามสัญญารวม Factor F อยู่แล้ว ห้ามเอา Factor F มาบวกซ้ำอีกรอบหลังคำนวณเงินเพิ่ม
ตัวย่อดัชนีในสูตร — ครบทั้ง 13 ตัว
ตัวอักษรในสูตรแต่ละตัวแทนดัชนีราคาคนละตัว ทุกตัวเป็นดัชนีของกระทรวงพาณิชย์ ฐานปี 2530 = 100 ตัวห้อย o คือเดือนฐาน ตัวห้อย t คือเดือนส่งงาน เช่น Mt/Mo คือดัชนีวัสดุก่อสร้างเดือนส่งงาน หารด้วยเดือนที่เปิดซอง
| ตัวย่อ | ชื่อเต็ม | ใช้ในสูตรไหน |
|---|---|---|
| I | ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ | เกือบทุกสูตร ยกเว้นสูตรงานผิวทางลาดยาง (PRIME COAT / SURFACE TREATMENT / ASPHALTIC CONCRETE) ที่ไม่มีพจน์นี้เลย |
| C | ดัชนีราคาซีเมนต์ | สูตรที่มีงานคอนกรีต เช่น งานอาคาร งานผิวถนน คสล. งานท่อระบายน้ำ คสล. งานอาคารชลประทาน งานเสาเข็ม |
| M | ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) | สูตรส่วนใหญ่ที่มีวัสดุก่อสร้างทั่วไปเป็นส่วนประกอบ |
| S | ดัชนีราคาเหล็ก | สูตรที่มีเหล็กเสริม เช่น งานอาคาร งานโครงสร้าง คสล. งานโครงสร้างเหล็ก งานเหล็กเสริมคอนกรีต งานเสาเข็ม |
| G | ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ | เฉพาะสูตรงานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER ของงานชลประทาน |
| A | ดัชนีราคาแอสฟัลท์ | เฉพาะสูตรงานผิวทางลาดยางทั้งสามสูตรของหมวดงานทาง |
| E | ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ | งานที่ใช้เครื่องจักรหนักเป็นหลัก เช่น งานดิน งานเจาะระเบิดหิน งานผิวทาง งานเจาะ งานวางท่อเหล็ก |
| F | ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว | งานที่ใช้เครื่องจักรและการขนส่ง เช่น งานดิน งานหินเรียง งานผิวทาง งานวางท่อเหล็กเหนียว งานสายส่งของ กฟผ. |
| AC | ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน | งานวางท่อ AC กรณีผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและ/หรืออุปกรณ์ |
| PVC | ดัชนีราคาท่อ PVC | งานวางท่อ PVC ทุกแบบ (ผู้รับจ้างจัดหาท่อ · หุ้มด้วยคอนกรีต · กลบทราย) |
| GIP | ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี | งานวางท่อเหล็กเหนียว งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี และงานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำ |
| PE | ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE | งานวางท่อ HDPE กรณีผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและ/หรืออุปกรณ์ |
| W | ดัชนีราคาสายไฟฟ้า | เฉพาะงานก่อสร้างสายส่งแรงสูง 69–115 KV. ของ กฟภ. กรณีผู้รับจ้างจัดหาวัสดุ |
อยากรู้ว่าสูตรของงานตัวเองมีพจน์ไหนบ้าง ดูได้ที่ หน้าเลือกสูตร ส่วนตัวเลขดัชนีรายเดือนดึงได้ที่ app.yotathai.com/k
คำที่ฟังคล้ายกันแต่คนละเรื่อง
ค่า K ≠ Factor F
ค่า K ใช้ปรับราคาหลังส่งมอบงานตามดัชนีที่เปลี่ยนไป ส่วน Factor F ใช้ตอนตั้งราคากลางก่อนประมูล เพื่อรวมค่าอำนวยการ กำไร และภาษีเข้าไปในค่างานต้นทุน ค่างานตามสัญญาจึงรวม Factor F ไว้แล้ว ห้ามบวกซ้ำ
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (I) ≠ ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (M)
I คือ CPI ทั้งประเทศ อยู่ในสูตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของค่าแรงเป็นหลัก ส่วน M คือดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์ เพราะเหล็กกับซีเมนต์แยกไปเป็นพจน์ S และ C ของตัวเอง
วันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน ≠ วันที่คณะกรรมการตรวจรับ
เดือนส่งงาน (t) ใช้เดือนตามหนังสือส่งมอบงานของผู้รับจ้าง ไม่ใช่เดือนที่ตรวจรับ และไม่ใช่เดือนที่หน่วยงานประทับตรารับ — แต่กำหนด 90 วันสำหรับการยื่นขอเงิน กลับนับถึงวันที่หน่วยงานประทับตรารับหนังสือขอเงิน
90 วันตามสัญญา ≠ 90 วันตาม ว 233
90 วันตามสัญญานับจากวันถัดจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย คุ้มสิทธิเรียกร้องค่า K ทั้งหมด ส่วน 90 วันตาม ว 233 นับจากวันถัดจาก 30 ก.ย. 2569 ครบ 29 ธ.ค. 2569 ตายตัวทุกสัญญา ใช้เฉพาะส่วนที่ขอตามมาตรการผ่อนผัน ±2% เท่านั้น
เดือนที่เปิดซองประกวดราคา ≠ เดือนที่ลงนามในสัญญา
เดือนฐานคือเดือนที่เปิดซองเสนอราคา แม้จะจัดจ้างด้วย e-Bidding ก็ยังใช้เดือนที่เปิดซองเสนอราคา ห้ามใช้เดือนลงนามในสัญญา